การจัดการห่วงโซ่อุปทาน
การดำเนินงานในห่วงโซ่อุปทานของ ทอท. โดยเฉพาะในส่วนของคู่ค้า สามารถก่อให้เกิด ทั้งผลกระทบเชิงบวก & เชิงลบ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ ทอท. ต้อง บริหารจัดการอย่างรอบคอบ เพื่อให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงต่อชื่อเสียงและความต่อเนื่องของธุรกิจ
การบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนยังช่วย สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าและนักลงทุนผ่านจริยธรรม & ความมั่นคงในการให้บริการ
แนวทางการจัดการ
ทอท. ดำเนินการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 แนวทางปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 รวมถึงแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าของ ทอท. และจรรยาบรรณว่าด้วยการจัดหาพัสดุ และคู่มือปฏิบัติงานด้านการพัสดุซึ่งถูกบังคับใช้ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
กําหนดให้การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของหน่วยงานของรัฐต้องก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่หน่วยงานของรัฐและต้องสอดคล้องกับหลักการ ดังต่อไปนี้
คุ้มค้า
มีการวางแผนการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุล่วงหน้า เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีกำหนดเวลาที่เหมาะสมโดยมีการประเมินและเปิดเผยผลสัมฤทธิ์ของการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
โปร่งใส
การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุต้องกระทำโดยเปิดเผย ให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม มีการปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกราย โดยเท่าเทียมกัน มีระยะเวลาที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการยื่นข้อเสนอ มีหลักฐานการดำเนินงานชัดเจน และมีการเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุในทุกขั้นตอน
ประสิทธิภาพ & ประสิทธิผล
พัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างต้องมีคุณภาพ หรือคุณลักษณะที่ตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ในการใช้งานของหน่วยงานรัฐ มีราคาเหมาะสมและมีแผนการบริหารพัสดุที่เหมาะสมและชัดเจน
ตรวจสอบได้
มีการเก็บข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุอย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
นโยบายการบริหารจัดการการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของ ทอท.
(AOT Green ICT Management Policy)
ทอท. ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานการบริหารจัดการการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของ ทอท. (Green ICT Management policy) เพื่อสร้างกระบวนการบริหารจัดการการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นแนวทางการปฏิบัติงานที่ครบถ้วนและเป็นระบบ ประกอบด้วย ลดการใช้พลังงาน และการจัดการทรัพยากรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างคุ้มค่า และไม่ส่งผลต่อคุณภาพของการให้บริการ โดยให้ความสำคัญกับ 4 องค์ประกอบสำคัญ ดังนี้
- วัฏจักรของอุปกรณ์ (Equipment Lifecycle)
- การใช้ ICT ของผู้ใช้งาน (End User Computing)
- ระบบประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ในองค์กร (Enterprise Computing)
- การนำ ICT มาใช้ในการลดการปล่อยคาร์บอน (ICT as a Low – Carbon Enabler)
สาระสําคัญของแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า
กระบวนการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน
ทอท. กําหนดให้ฝ่ายพัสดุเป็นผู้รับผิดชอบร่วมกับส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนผ่านกระบวนการดังนี้
ทอท. ผสานข้อกำหนดด้านความยั่งยืน เช่น สังคม สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และธุรกิจ เข้าในขั้นตอนคัดเลือกและประเมินคู่ค้า โดยพิจารณาประเด็นเฉพาะตามประเภทกิจกรรม เช่น การปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน/อาชีวอนามัย มาตรฐานความปลอดภัยหรือสิ่งแวดล้อม ความซื่อสัตย์ คุณภาพงาน และความพร้อมในการส่งมอบ
คู่ค้าทุกฝ่ายต้องอ่านและลงนามรับทราบเอกสารแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนก่อนทำสัญญา
ทอท. มีระบบภายในสำหรับประเมินคู่ค้าหลักและวิเคราะห์ความเสี่ยง เพื่อกำหนดมาตรการควบคุมความเสี่ยงให้ยอมรับได้ เช่น การใช้มาตรฐาน ISO 45001:2018 สำหรับคู่ค้ากลุ่มก่อสร้าง พร้อมทั้งนำผลการประเมินมาวางแผนพัฒนาคู่ค้าและให้คำแนะนำแก่คู่ค้าที่ไม่ผ่าน เช่น การอบรมด้านความปลอดภัย
การประเมินคู่ค้าหลัก
หมายถึง คู่ค้าที่มีผลต่อการแข่งขัน ความสำเร็จ หรือความอยู่รอด เช่น ผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่ปรึกษา ฯลฯ ซึ่งเกณฑ์ในการประเมินคู่ค้าหลักของ ทอท. ประกอบไปด้วย 3 ปัจจัย ดังนี้
- คู่ค้าที่มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายสูง
- คู่ค้าที่มีน้อยราย
- คู่ค้าที่ส่งมอบวัตถุดิบที่สำคัญต่อธุรกิจ
การประเมินคู่ค้าหลัก
ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ที่ปรึกษาโครงการก่อสร้าง ผู้รับเหมาบริการ รักษาความปลอดภัย คู่ค้าอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย และคู่ค้าที่ได้รับการประเมินว่าอยู่ในกลุ่มคู่ค้าหลักจะได้รับการจัดลําดับความสำคัญในการติดตาม เพื่อควบคุมผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัท
การประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของคู่ค้า
ทอท. ประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และสิทธิมนุษยชน รวมถึงคู่ค้าในลำดับถัดไป (Non-Tier 1) โดยใช้ตาราง Sellers Risk Matrix เพื่อจัดลำดับความเสี่ยงและวางมาตรการจัดการเฉพาะจุดเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยง
ประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืนที่พิจารณา
สิ่งแวดล้อม
- การใช้พลังงาน
- การใช้น้ำและการปล่อยกน้ำเสีย
- การใช้วัสดุ สารเคมี และขยะ
- มลพิศทางอากาศ
สังคม
ทรัพยากรมนุษย์
- ความมั่นคงด้านแรงงานที่มีศักยภาพ
- อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
- สภาพการจ้างงานที่เป็นธรรม
สิทธิมนุษยชน
- การใช้แรงงานที่ผิดกฏหมาย
- การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
การกำกับดูแล
- การทุจริตคอร์รัปชัน
- การต่อต้านการแข่งขันทางธุรกิจและการผูกขาดทางการค้า
- การรักษาความลับ ความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัว
ความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานของลูกค้า
- การคำนึงถึงความเสี่ยงของประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมในคู่ค้า
- การคำนึงถึความเสียง
ผลการประเมินความเสี่ยงคู่ค้า (Seller's Risk Matrix)
สิ่งแวดล้อม
- การใช้พลังงาน
- การใช้น้ำและการปล่อยกน้ำเสีย
- การใช้วัสดุ สารเคมี และขยะ
- มลพิศทางอากาศ
สังคม
ทรัพยากรมนุษย์
- ความมั่นคงด้านแรงงานที่มีศักยภาพ
- อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
- สภาพการจ้างงานที่เป็นธรรม
สังคม
สิทธิมนุษยชน
- การใช้แรงงานที่ผิดกฏหมาย
- การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
การกำกับดูแล
- การทุจริตคอร์รัปชัน
- การต่อต้านการแข่งขันทางธุรกิจและการผูกขาดทางการค้า
- การรักษาความลับ ความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัว
ความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานของลูกค้า
- การคำนึงถึงความเสี่ยงของประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมในคู่ค้า
- การคำนึงถึความเสียง
การประเมินผลการจัดการ
ทอท. กำหนดกระบวนการภายในเพื่อตรวจสอบการดำเนินงานของคู่ค้าและผู้รับเหมาตาม TOR แนวปฏิบัติอย่างยั่งยืน และจรรยาบรรณ โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุที่เป็นอิสระจากโครงการ จะพิจารณาความสมบูรณ์ของงานและแนวทางแก้ไขหากพบความไม่สอดคล้อง นอกจากนี้ ทอท. กำลังพัฒนาแนวทางตรวจประเมินลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าการลดความเสี่ยงด้านความยั่งยืนในอนาคต
ทบทวน ณ วันที่ 26 เมษายน พ.ศ.2567