ลักษณะการประกอบธุรกิจ
ทอท. มีรายได้มาจาก
รายได้จากกิจการการบิน (Aeronautical Revenue)
ซึ่งประกอบด้วย
- ค่าธรรมเนียมในการขึ้น-ลงของอากาศยาน (Landing Charge)
- ค่าธรรมเนียมที่เก็บอากาศยาน(Parking Charge)
- ค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน (Passenger Service Charge)
- ค่าเครื่องอำนวยความสะดวก(Aircraft Service Charge)
รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non Aeronautical Revenue)
ซึ่งประกอบด้วย
- รายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ (Concession Revenue)
- ค่าเช่าสำนักงานและค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ (Office and Real Property Rents)
- รายได้จากการให้บริการ (Service Revenue)
ทั้งนี้ ทอท. ยังมีผู้ประกอบการภายนอก เป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับการให้บริการที่จำเป็นบางส่วน เช่น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทย แอร์พอร์ตส์ กราวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการภาคพื้นดิน รวมทั้งการให้บริการผู้โดยสารตามสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการภายในท่า อากาศยานซึ่งทำกับบริษัทดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการรายอื่นที่ให้บริการร้านค้าปลีก สิ่งอำนวยความสะดวกในการเก็บสินค้า รถลีมูซีน บริการที่จอดรถ และสิ่งอำนวยความสะดวกประเภทต่าง ๆ โดยผู้ประกอบการต่าง ๆ เหล่านี้ จะต้องชำระค่าตอบแทนส่วนแบ่งผลประโยชน์ (Concession Fees) ค่าเช่าพื้นที่ (Rent) และค่าบริการ (Service Charges) ส่วนผู้เช่าพื้นที่บางรายที่ไม่ได้เข้าทำสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการนั้นจะ ชำระเพียงค่าเช่าพื้นที่และค่าบริการให้ ทอท. เท่านั้น
ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการ
คณะผู้บริหารของ ทอท. มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านบริหารจัดการท่าอากาศยานเป็นอย่างดี รวมถึงมีการวางแผนพัฒนาและปรับปรุงท่าอากาศยานให้อยู่ในระดับมาตรฐานสากล & มีศักยภาพสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้ ดังนั้นเพื่อให้การบริหารงานของ ทอท. สามารถแข่งขันในระดับสากล & เป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทอท. จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการแข่งขัน ซึ่งประกอบด้วย
การพัฒนาท่าอากาศยานเพื่อการแข่งขัน
เปิดให้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของชาติในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2549 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิๆได้เปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ เป็นท่าอากาศยานหลักที่เป็นศูนย์กลางการบิน (Hub) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองรับเส้นทางการบินจากทุกมุมโลก เป็นประตูสู่ประเทศในแถบเอเชียใต้ & เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Gateway to the Golden Land) ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงในการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นท่าอากาศยานนานาชาติแห่งใหม่ที่มีความทันสมัย เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง การรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานระดับสากล & สามารถให้บริการสายการบิน และผู้โดยสารอย่างมีคุณภาพในระดับสากล
ในเบื้องต้นจะมีศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารได้ 45 ล้านคนต่อปี & เมื่อพัฒนาเต็มพื้นที่แล้วจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงถึง 100 ล้านคนต่อปี พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพ การบริการของท่าอากาศยานที่มีผู้โดยสารสูงติด อันดับ 1 ใน 10 ของโลก โดยจัดทำแผนกลยุทธ์เพื่อนำไปสู่การจัดอันดับท่าอากาศยานและคุณภาพการให้บริการในระดับสากล ปีงบประมาณ 2549 – 2551 เพื่อให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามารถแข่งขันกับท่าอากาศยานอื่น ๆ ในระดับสากลได้
บทบาทของท่าอากาศยานในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ
การเปิดให้บริการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนระบบโลจิสติกส์ที่สำคัญของประเทศ
โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้มีการบริหารจัดการด้านการข่นส่งสินค้าเป็นแบบ “เขตปลอดอากร (Free zone)” เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่ง & การบริหารจัดการสินค้ามีความรวดเร็วยิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณของสินค้าที่ขนส่งผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมากยิ่งขึ้น & เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศ
ในส่วนของท่าอากาศยานภูมิภาค ทอท. จะเร่งพัฒนายุทธศาสตร์ เพื่อสนับสนุนระบบโลจิสติกส์ & การท่องเที่ยว ขยายเครือข่ายเส้นทางบินให้ครอบคุมทั่วโลก เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของสินค้าในกลุ่มของประเทศจีเอ็มเอส & เอเชียใต้ รวมทั้งพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ & ภูเก็ตเป็นประตูสู่ภูมิภาค